#14 : 10 ขั้นตอนสร้างรายได้ (หลายหลัก) ผ่านเฟสบุค สำหรับ Mompreneur โดยเฉพาะ

0
1716
views

แชร์สิ่งดีๆ ไว้เรียนรู้ต่อ


ฟังบทความพูดได้ ที่นี่ค่ะ 

ในยุคนี้เราไม่จำเป็นที่ต้องมีรายได้ทางเดียว และ ความเป็นแม่ก็เป็นโอกาสดีที่สามารถสร้างรายได้จากที่บ้านได้อีกด้วย

พวกเราโชคดีมากค่ะ เพราะเรามีช่องทางหารายได้เสริมหลากหลายวิธีเลยทีเดียว 
Facebook เป็นหนึ่งช่องทางที่สำคัญ ที่มีบทบาทมากในตอนนี้ 
เฟสบุคเป็นแหล่งรวม “คน” ที่มากมายนับไม่ถ้วนเลยค่ะ
เมื่อมีคนรวมกันอยู่มากมายขนาดนั้น ต้องมีซักคนที่อาจจะเป็นลูกค้าของเราอยู่ด้วยเหมือนกัน
.
ยังไม่สายเกินไปที่จะเข้ามาศึกษาลู่ทางในห้างสีฟ้าแห่งนี้ 
เพราะอะไรทราบมั้ยคะ?
“จำนวนคน” ค่ะ จำนวนคนที่เข้ามาเดินเล่นในห้างเฟสบุคนี้ มีมากขึ้นทุกที
.
แล้วถ้าตอนนี้คุณยังไม่เริ่มต้น คุณรออะไรอยู่ล่ะคะ?
รอตลาดวายเพื่อคอนเฟิร์มความเชื่อที่ว่า เฟสบุคขายยาก มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว มันไม่ใช่ของเรา หรือ เพราะอะไรก็ตามที
ไม่มีประโยชน์ที่จะไปกังวลถึงตอนนั้น
ในเมื่อมันยังไม่เกิดขึ้น หรือ ถ้าเกิดขึ้นจริง เราก็คงมีตลาดดีๆมาให้เดินเล่นแห่งใหม่แล้ว
.
เพราะฉะนั้น ตอนนี้เรามาจับจองพื้นที่ทำเลงามๆ ในห้างเฟสบุคแห่งนี้กันดีกว่านะคะ
.
เอวาเริ่มต้นทำงานที่บ้านมาพักใหญ่ๆ แล้วค่ะ ธุรกิจแรกคือเป็นตัวแทนจำหน่ายตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2559 เวลามันผ่านไปเร็วเหมือนกันนะคะ นับไปนับมาก็ 3 ปีกว่าแล้ว
.
และอยากบอกว่า การตัดสินใจในครั้งนั้น คือ ความโชคดีครั้งใหญ่ในชีวิตเลยก็ว่าได้ค่ะ
หลักๆ เลย คือ สามารถทำงานที่บ้านได้ ได้อยู่ใกล้ลูกตลอด
.
ในตอนแรกๆไม่รู้หรอกค่ะ ว่าจะหาเงินจากช่องทางนี้ได้ยังไง ก็คลำทางไปเรื่อยๆ เรียนรู้ คุยกับคนเก่งๆ จนทำได้ในที่สุด 
มันไม่ได้ง่ายแบบคลิกเดียวก็ได้เงิน แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินไปสำหรับคนมีความมุ่งมั่น ซึ่งนั่นก็เป็นพื้นฐานของคนที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้วนะคะ
.
ตอนนั้นที่เริ่มทำก็เพราะมองเห็นโอกาสกับงานนี้ เชื่อว่าจะสามารถเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้ให้ครอบครัว เริ่มต้นด้วยความคิดที่อยากขายของออนไลน์ให้ได้ เมื่อเวลาผ่านไป ทำไปทำมาเรื่อยๆ มันนำพาชีวิตของเอวามาไกลจากจุดเดิมมากๆ  
.
ภารกิจของเอวา คือ ต้องสอนและแบ่งปันสิ่งที่ได้รับ สิ่งที่ได้เรียนรู้ระหว่างทาง ที่มีค่ามากมายมหาศาล ผ่านทางแฟนเพจครูเอวานี้ ที่เป็น Passion สำคัญของชีวิตที่ต้องจัดเวลามาทำเสมอ
.
เพื่อส่งต่อความรู้เรื่องการทำธุรกิจ และความรู้ด้านการพัฒนาตัวเอง ความรู้เหล่านั้นที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น การเงินดีขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น และทำให้วิธีการมองโลกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง 
.
วันนี้เอวามีความตั้งใจที่จะมาแบ่งปันความรู้เรื่องการสร้างรายได้ผ่านเฟสบุคค่ะ กับ 10 ขั้นตอนสร้างรายได้ (หลายหลัก) ผ่านเฟสบุค ที่เคยมีผลลัพธ์มา ทั้งจากการเป็นตัวแทนจำหน่าย จากการเป็นครูผู้สอน และจากการขายของตัวเองในฐานะเจ้าของธุรกิจ 
.
ถ้าคุณเป็นคุณแม่คนหนึ่งที่กำลังคิดอยากเริ่มต้นสร้างแฟนเพจเพื่อสร้างธุรกิจแล้วล่ะก็ ขอให้ทำตามทั้ง 10 ขั้นตอนนี้ดู เอวาจะสอนคุณตั้งแต่เริ่มต้นเลยค่ะ

10 ขั้นตอนสร้างรายได้ (หลายหลัก) ผ่านเฟสบุค สำหรับ Mompreneur โดยเฉพาะ.02

1. ตัดสินใจก่อนเลยว่า...เราจะช่วยใคร

ในข้อแรก อยากให้มองถึง “คนที่น่าจะเป็นลูกค้า” ของเราให้ชัดเจนก่อนเลย 

.

เพราะไม่มีสินค้าใดที่สามารถตอบโจทย์คนทุกคนได้ เพจก็เหมือนกัน ไม่มีเพจไหนที่ตอบโจทย์คนทุกคนได้ ไม่ใช่ทุกคนที่อ่านเพจเดียวกัน

เฟสบุคปรับแต่งฟีดข่าวให้เป็นความสนใจเฉพาะบุคคล (Personalized) อย่างดีเยี่ยมจริงๆ  ไม่มีฟีดข่าวของใครที่เหมือนกันเลยแม้แต่คนเดียว

.

ในข้อแรกขอให้ตัดสินใจก่อนนะคะ ว่าเราอยากจะช่วยใคร?

.

การขาย มีความหมายเดียวกับคำว่า ช่วย (Sell = Help) 

ช่วยให้ชีวิตเค้าดีขึ้น

ช่วยให้เค้าประหยัดขึ้น

ช่วยให้สะดวกขึ้น

ช่วยให้มีเวลามากขึ้น

ฯลฯ

.

คุณตั้งธงไว้ในใจว่าจะคุยกับคนกลุ่มนี้ จะช่วยคนกลุ่มนี้ 

จะด้วยเหตุผลว่า เพราะฉันก็เป็นคนกลุ่มนี้เหมือนกัน ฉันเข้าใจดี หรือด้วยเหตุผลว่า เพราะฉันเคยผ่านมาแล้ว ฉันเคยทำมาแล้ว ฉันเข้าใจดี ก็ได้ค่ะ

.

หลังจากนั้นก็ลองจินตนาการว่า กำลังเป็นคนคนนั้น  

วันวันหนึ่ง ชีวิตเค้าเจออะไรบ้าง 

เค้าน่าจะชอบอะไร เค้าไม่ชอบอะไร เค้ามีความท้าทายอะไรอยู่

เวลาไหนเค้าน่าจะทำอะไรบ้าง

พอเราเข้าใจเค้าแล้ว ทีนี้ก็สามารถคุยกับเค้าได้ถูกเรื่อง แล้วก็ถูกใจ ทำให้เค้าอยากฟังเราได้ค่ะ 

2. เราช่วยทุกเรื่องไม่ได้ แต่เราช่วยในบางเรื่องได้

เพจของเราเกี่ยวกับเรื่องอะไรล่ะคะ? คนอ่านรู้ชัดเลยมั้ยว่า เข้ามาในเพจเราแล้วเค้าจะได้อะไร? 

หลายคนติดอยู่ตรงนี้ เลยทำให้ยังไม่คิดเริ่มต้นซะที

วันนี้เอวาจะบอก 2 วิธีที่คุณสามารถใช้หา “เรื่อง” ที่เป็นแกนหลักของเพจได้ นั่นก็คือ....

.

1. เราชอบและถนัดเรื่องอะไร

เพราะการทำเพจนี่ไม่ใช่ทำกันแค่วันสองวันนะคะ เรียกว่าต้องให้เวลาอยู่กับมันเยอะพอสมควรเลยค่ะ

ถ้าเรื่องที่จะถ่ายทอดในเพจนี้ ไม่ใช่เรื่องที่เราชอบ เราก็ไม่สามารถทำได้ตลอดรอดฝั่งหรอกค่ะ สิ่งนี้มันควรจะเป็นงานที่รักที่มีความสุขอยากพูดถึงตลอดเวลา 

.

​ความรู้ที่ถนัดอาจมาจากอาชีพ งาน ที่ทำมานาน สาขาที่เรียนจบมา มีคนชอบมาถามเรื่องนี้บ่อยๆ ถ้ามีคนอยากรู้เรื่องนี้ เค้าจะนึกถึงหน้าเราก่อนเลย

คือมันอาจจะไม่ได้เป็น passion หรืองานที่รักของคุณมากนัก (บางทีก็รู้สึกเบื่อด้วยซ้ำที่จะพูดถึงเพราะทำมานานจนชินก็ตาม)

แต่เรามีความรู้แน่นปึ้กในด้านนี้ไงคะ ดังนั้น เราจะเริ่มต้นถ่ายทอดได้ง่ายมากๆเลย 

และเอวาเชื่อว่า จะต้องมีคนที่รักเรื่องเดียวกับเรา รับรองว่ามีคนอยากรู้เรื่องนี้แน่นอน เช่น นักเขียนหนังสือ Best Seller มาสอนวิธีการเขียนหนังสือให้ขายดี เป็นต้นค่ะ

.

2. เรื่องนั้นมีคนอยากรู้มั้ย 

ถ้าอยากลองดูว่าเรื่องนี้มีตลาดต้องการมั้ย ลองไปที่ Pinterest อีกหนึ่ง social media แหล่งรวมคอนเทนต์ดีๆ ระดับโลกได้เลยนะคะ พิมพ์หาเลยค่ะว่าเรื่องนี้มีกระแสยังไงบ้าง

ถ้าหาแล้ว มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องที่กำลังอยากเล่าพอดี ก็จัดเลยค่ะ 

เอวาได้รับประโยชน์และไอเดียดีๆ จากที่นี่เยอะมาก ลองเล่นดู รับรองว่าคุณจะเพลินใจได้ความรู้มากๆเลยค่ะ

3. แล้วเราจะเริ่มที่ตรงไหน

เอวาเริ่มต้นธุรกิจในเฟสบุคจากการเปิดแฟนเพจค่ะ

แต่ถ้าจะให้คุณออกสตาร์ทแบบง่ายสุดๆ เลยนะคะ ก็เริ่มจาก เฟสบุคส่วนตัวของเรานั่นแหละ ถ้าคุณอ่านบทความนี้ได้ แสดงว่าคุณมีเฟสบุคส่วนตัวอยู่แล้ว 

ยังไม่ต้องสร้างแฟนเพจก็ได้ ใช้เฟสส่วนตัวนี่แหละ หน้าตาและวิธีการทำงานมันเหมือนกับแฟนเพจเกือบทุกอย่างเลยทีเดียว 

.

ฝึกเขียน ฝีกพูด เริ่มต้นเพิ่มเพื่อน เพิ่มคนที่คิดว่าน่าจะเป็นผู้มุ่งหวังของเราทีละนิด 

ยังไม่ต้องกังวลกับจำนวนเพื่อนมากนัก ยอดผู้ติดตามไม่ได้สำคัญเท่าไหร่หรอกค่ะ เพราะความสัมพันธ์ที่ดีสำคัญมากกว่าจำนวน

เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว เราค่อย convert โปรไฟล์ไปเป็นแฟนเพจ ก็ได้ กดแค่ไม่กี่ปุ่ม เพื่อนทั้งหมดนั้นก็จะมาเป็นคนที่กดไลค์เพจใหม่ของเราแบบอัตโนมัติ

หลังจากนี้เราจะมีบ้าน 2 หลังไปโดยปริยาย ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์เพิ่มที่บ้านหลังไหนก็หลังนั้น ไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้วค่ะ 

.

ถ้าทำแบบนี้ คุณก็จะไม่เครียดมาก สามารถเริ่มต้นได้ทันที ไม่ต้องรอให้พร้อม เพราะเฟสส่วนตัวเราก็มีอยู่แล้ว บางทีเฟสของคุณอาจมีเพื่อนเยอะอยู่แล้วก็ได้ หรือถ้าไม่เยอะก็ไม่เห็นเป็นไร

บางคนเค้ามีเพื่อนแค่ไม่ถึงพัน ยังขายของกันได้หลักแสน หลักล้านเลย “ความสัมพันธ์สำคัญกว่าจำนวน” จำไว้ให้ดีนะคะ 

เมื่อธุรกิจเติบโตไประดับหนึ่งแล้ว

เอวาก็ยังคงแนะนำค่ะว่าควรมีแฟนเพจค่ะ เพราะมันสามารถยิงโฆษณาไปหากลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ได้ Facebook ads คือ เครื่องมือสร้างธุรกิจที่สุดยอดของความทรงพลัง ห้ามพลาดตัวช่วยดีๆ ตัวนี้เด็ดขาดนะคะ

4. เขียนยังไงให้น่าอ่าน

มาถึงขั้นตอนสำคัญอันหนึ่งสำหรับคุณแม่ที่อยากสร้างตัวตนในเฟสบุคกันแล้วค่ะ มันก็มีวิธีการสื่อสารอยู่ 2 แบบค่ะ

หนึ่งก็คือ การเขียน สองก็คือ การพูด

ในเรื่องของการเขียน เราจะเขียนเก่ง เขียนดีได้ ก็ด้วยการฝึกฝน เท่านั้นค่ะ 

คนที่มีชื่อเสียงเป็นเจ้าของแฟนเพจดังๆ ในตอนนี้ ก็เคยเริ่มต้นจากเขียนไม่เป็นมาก่อน ทุกคนเคยผ่านช่วงเวลาที่ไม่มีใคร Like ไม่มี Comment ไม่มี Share เลย กันทั้งนั้น

.

เพราะฉะนั้น อย่าท้อ อย่าหมดกำลังใจเด็ดขาด เอวาทำเพจมา 3 ปีกว่า เจอหมดค่ะ บางทีตั้งใจกับคอนเทนต์นี้มาก แต่แป้ก ไม่มีใครสนใจเลยก็มี บางคอนเทนต์เขียนแป๊บเดียว แต่โดนใจ ก็มีค่ะ

.

ถ้าจะให้สรุปว่าคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง เอวาขอแบ่งปัน 3 ข้อดังต่อไปนี้...

.

1. 2 บรรทัดแรกขอโดนๆ 

ในฟีดข่าวของทุกคนมีโพสเยอะแยะไปหมดเลยในแต่ละวัน คอนเทนต์ของเรามีเวลาแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นที่คนตัดสินใจว่าจะเลื่อนผ่าน หรือ กดอ่านต่อ 

2 บรรทัดแรก คือ ตัวตัดสินว่าเค้าจะอ่านคุณต่อดีมั้ย 

.

ลองดูวิธีพาดหัวข่าว ใน Line Today, สยามดารา, Kapook, Sanook ดูค่ะ เค้าเหล่านี้เป็นผู้ผลิตสื่อรายใหญ่ รวมรวมคนเก่งๆระดับประเทศไว้มากมาย 

เค้ามีวิธีพาดหัวที่ชวนให้น่าเข้าไปอ่านเนื้อหาข้างในได้ดีมากทีเดียว

ซึ่งไม่แปลกใจเลยที่เนื้อหาของเค้ามีจำนวนคนกดอ่านสูงมากๆ ต่อวัน

.

2. เล่าเรื่องให้มันง่าย

ขอให้เน้นการเล่าเรื่องนะคะ ถ้าจะแชร์เทคนิค วิธีการ ก็ให้ยกตัวอย่างด้วย ยกตัวอย่างตัวเองได้ยิ่งดี เพราะจะทำให้คนเค้าจำเราได้ 

คนที่ถ่ายทอดเก่ง จะต้องมีความสามารถทำเรื่องยากๆ เข้าใจยากๆ ให้มันเป็นเรื่องที่ง่ายได้ 

แต่ละคนเค้าก็มีเรื่องเยอะแยะแล้วค่ะ ชีวิตก็เจอเรื่องยากมาเยอะละ อย่าให้เราเป็นอีกเรื่องยากในชีวิตของเค้าเลย

.

3. ให้ ให้ ให้

ตอนนี้เรากำลังทำให้ตัวเองให้เป็นที่รู้จัก ยังไม่มีใครเชื่อใจเรามากนัก เพราะฉะนั้นอย่าเน้นขาย อย่าเพิ่งขายค่ะ 

เจอกันแรกๆ คนเค้าจะสงสัยเราไว้ก่อน และยังไม่เชื่อใจทันที

คนทุกคนชอบซื้อ แต่ไม่มีใครชอบถูกขาย ถ้าวันนึงเราจะซื้อ เราอยากซื้อกับคนที่เราชอบ คนที่เรารู้จัก คนที่เราไว้ใจ

การที่เพจเรามีของรอขาย มีการรับสมัครเรียนคอร์สสัมมนา หรือ ให้บริการอื่นๆ อันนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย

ทุกธุรกิจต้องมีขายอยู่แล้ว

เวลา 1 เดือน - 3 เดือน ต่อจากนี้ ให้สิ่งดีๆ สอนสิ่งที่มีประโยชน์ แชร์ประสบการณ์ในหัวข้อที่เราได้เลือกไว้แล้ว 

ให้คนคิดกับเราว่าเป็นผู้ให้ เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ไม่ใช่ให้เค้าจำเราว่าเห็นเมื่อไหร่ก็มาขายของ

.

ให้สร้างแฟนคลับก่อน สร้างคนที่รักเรา สร้างคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจเราก่อน ให้ ให้ ให้เค้าบ่อยๆ ทำให้รู้ว่า มาตามเราคนนี้ จะได้รับความรู้ดีๆ แน่นอน 

จนกระทั่งมีสัญญาณขาย

มันจะมีสัญญาณขายมาแน่นอนค่ะ ถึงตอนนั้นคุณขายได้ทันที ไม่มีคำว่าแป้กค่ะ 

10 ขั้นตอนสร้างรายได้ (หลายหลัก) ผ่านเฟสบุค สำหรับ Mompreneur โดยเฉพาะ.03

5. พูดยังไงให้น่าฟัง

การพูดในที่นี้เอวาขอพูดถึงการใช้ Facebook Live นะคะ เพราะเป็นเครื่องมือที่ง่าย และ ฟรี ถ้าให้ไปทำคลิปวีดีโออาจต้องเรียนรู้เรื่องการตัดต่อใส่ effect ต่างๆ นานา แต่ Live นี่ไม่ต้องเลยค่ะ แค่กดปุ่มเดียว ก็ Broadcast ได้ทั่วโลกแล้ว

.

ฟังก์ชั่น Live มีให้ใช้มาหลายปีแล้ว มันง่ายจริงๆและไปถึงคนได้ดีซะด้วย

แต่เชื่อมั้ยคะ? ว่าหลายคนยังไม่กล้า Live เลยแม้แต่ครั้งเดียว !! 

ทำไมถึงเป็นยังงั้น เดี๋ยวเอวาจะบอกวิธีปลดล็อกอาการกลัวและพูดยังไงให้น่าฟังนะคะ

.

ยอมรับว่าเป็นธรรมดาที่จะกลัว 

การพูดในที่สาธารณะเป็นการกลัวอันดับต้นๆ ของมนุษย์เลย ข้อนี้เอวาเข้าใจดีมากกกกก เพราะสมัยก่อนเป็นคนกลัวการพูดมากกกก มากที่สุดเลยค่ะ 

แล้วทำไมเราถึงไม่กล้าพูดกัน เพราะว่า...

กลัวพูดไม่ดี

กลัวหน้าแตก

กลัวคนมองเราไม่ดี

กลัวไม่เพอร์เฟกต์

อาย เขินมาก

ฯลฯ

.

ถ้ายังงั้นเอวาก็อยากให้คาถาแก้กลัวให้คุณวันนี้เลยค่ะว่า “ไม่ต้องกลัว เพราะยังไม่มีคนเข้ามาดูหรอกค่ะ”

จริงๆค่ะ แต่มันดีเพราะอะไรรู้มั้ย?

.

เพราะในระหว่างที่ยังไม่มีคนเข้ามาดูนั้น เราสามารถพัฒนาตัวเองไประหว่างที่ทำได้ ก็เหมือนกับการเขียนเลยค่ะ เขียนอะไรไปในช่วงแรกๆ ยังไม่ค่อยมีคนเข้ามาอ่านหรอก พูดก็เหมือนกัน 

ในช่วงแรกๆที่กำลังฝึกฝน แค่กดปุ่มแล้ว Live เลยค่ะ 

.

และอีกข้อหนึ่ง คาถาที่ทำให้หายกลัวแบบชะงัด นั่นคือ “ไม่มีใครสนใจคุณหรอกค่ะ”

มันเป็นเรื่องจริง ถึงแม้จะจริงแบบโหดร้ายก็ตาม

ทุกคนสนใจเรื่องตัวเอง แต่ถ้าสิ่งที่เราพูดมันจะทำให้ชีวิตเค้าดีขึ้น ถึงตอนนั้นแหละค่ะที่เค้าจะดูและจะฟังเรา

.

ไม่มีอะไรที่เพอร์เฟกต์ตั้งแต่วันแรก คุณอาจทำมันพัง พูดผิดพูดถูก พูดไม่รู้เรื่อง ตื่นเต้น ตะกุกตะกัก

ทุกคนเจอเหตุการณ์นี้มาหมดแล้ว ไม่เว้นแม้แต่นักพูดมืออาชีพ

ดังนั้น ไม่มีประโยชน์ที่จะกลัว ทำเรื่องดีๆ ไม่เห็นต้องอายอะไรเลย

.

ในเมื่อเรามาเป็นผู้ให้ ให้ความรู้ ส่งต่อคุณค่าดีๆ ทำให้คนสนุก ทำให้คนหายเครียด ทำให้เค้ามีความสุขขึ้น รู้ว่าทำสิ่งดีๆอยู่ ลุยเลยค่ะ

Live วันนี้เลย ทำทันที!

.

พอผ่านครั้งแรกไปแล้ว ทีนี้จะติดใจ หยุด Live ไม่ได้แล้วค่ะ รับรอง!

6. รู้วิธีขาย

ปราศจากการขายแล้ว ธุรกิจนั้นไม่สามารถอยู่ได้

การขายและการตลาด เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของกิจการต้องรู้ ต้องเชี่ยวชาญ และทำเองให้เป็น

สำหรับการขายแล้ว ขอให้คุณจำ 2 คำนี้ไว้ให้ดี นั่นคือ ชอบสินค้า + แก้ปัญหา

.

กฎข้อแรกของการขาย คือ ความรักในสินค้า 

“คุณต้องอิน” ต้องเชื่อในสินค้า ใช้จริง ผ่านมันมาจริงๆ  จนสามารถแนะนำลูกค้าได้จากประสบการณ์จริง

เรากำลังขายของนะคะ ไม่ได้กำลังไปหลอกใคร

ลูกค้าที่เข้ามาซื้อแล้ว มีโอกาสจะเป็นลูกค้าตลอดชีวิต ขายให้ลูกค้าปัจจุบันต้นทุนน้อยกว่า และเค้ายังเป็นกระบอกเสียงให้สินค้าเราได้อีกด้วย

เริ่มต้นด้วยความชอบก่อน มักไปได้ไกล ไปได้สวยเสมอค่ะ

กฎข้อสองของการขาย คือ การแก้ปัญหา 

ที่ใดมีปัญหา ที่นั่นมีเงิน

สำหรับลูกค้าแล้ว สินค้า/บริการเป็นเพียงตัวกลางเท่านั้น เค้าไม่ได้ซื้อสินค้า แต่ซื้อผลลัพธ์ที่จะได้ เช่น ผู้หญิงหลายท่านไม่ได้ซื้อกระเป๋าเพราะมันเป็นหนังวัว แต่ซื้อกระเป๋าเพราะภาพลักษณ์ความสำเร็จที่จะได้ รับ

ราคาไม่ใช่เหตุผลที่นำมาตัดสินใจซื้อ หรือ ไม่ซื้อ เสมอไป ไม่อย่างนั้น กระเป๋าราคาแพงๆ คงไม่มีคนต่อคิวซื้อเป็นวันๆ หรอกค่ะ 

.

เพราะฉะนั้น นักขายก็ต้องรู้อย่างลึกซึ้งว่า สินค้าของเราจะช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้าได้บ้าง?

ลูกค้าจะมี “อนาคต” ที่ดีขึ้น ยังไง

เมื่อใช้แล้ว ลูกค้าจะได้อะไร

พูดสิ่งที่ลูกค้าจะได้ ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากขาย อย่าคิดแค่จะขาย เพื่อเพิ่มจำนวนเงินในบัญชี

แต่จงคิดจะขาย เพื่อช่วยให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น สะดวกขึ้น ประหยัดเวลาขึ้น สนุกขึ้น ได้รับความรักมากขึ้น

การขาย คือ ทักษะที่ติดตัวมนุษย์ทุกคนมาอยู่แล้ว

ขายประโยชน์ไปให้ลูกค้า เป็นคนนำโชค นำความสะดวกไปให้ลูกค้า คิดได้แบบนี้เมื่อไหร่ ก็ไม่มีอะไรที่ขายไม่ได้ค่ะ

10 ขั้นตอนสร้างรายได้ (หลายหลัก) ผ่านเฟสบุค สำหรับ Mompreneur โดยเฉพาะ.04

7. บริหารเงินยังไงให้ครอบครัวมั่งคั่ง

เงิน ช่วยให้ชีวิตสะดวกและมีทางเลือกมากขึ้น

ตัดสินใจรวยเลยค่ะ เพราะเรามีสิทธิ มันเป็นอำนาจโดยชอบธรรมของทุกคนอยู่แล้ว

.

สำหรับการบริหารเงิน เอวาขอแนะนำ 3 ตัวเลขนี้ นั่นคือ 10 20 70

เลข  10 คือ 10% ของรายได้ ต้องจ่ายให้ตัวเองก่อน

Warren Buffet บอกว่า คุณต้องเก็บออมก่อนที่จะใช้จ่าย

ไม่ใช่ใช้ก่อนแล้วออมเงินที่เหลือ เพราะส่วนมากไม่ค่อยเหลือให้ออมหรอกค่ะ

เสร็จแล้วก็เอาเงินจำนวนที่ไปลงทุน ในรูปแบบไหนก็ได้ที่คุณเข้าใจและสบายใจ อย่าเก็บไว้เฉยๆในบัญชีออมทรัพย์นะคะ เพราะดอกเบี้ยมันแทบไม่มีเลย

บัญชีนี้เข้าแล้วห้ามถอนออกเด็ดขาด

เลี้ยงดูให้ห่านทองคำโตพอที่จะออกไข่ทองคำมาให้คุณได้ทุกวันๆ นะคะ

เลข  20 คือ 20% เอาไปจ่ายหนี้

ใครยังมีหนี้มีสินอยู่ หนี้ใดๆก็ตาม หรือกำลังผ่อนบ้าน ผ่อนรถ อยู่

ให้กันเงินส่วนนี้ไว้จ่ายค่ะ ใครที่เป็นอิสระปลอดหนี้แล้ว ให้โปะเงินจำนวนนี้ไปอยู่ในการลงทุนให้หมดเลย ลงทุนไป 30% เลยค่ะ ห่านทองคำจะได้โตเร็วๆ 

.

เลข 70 คือ 70% เอาไว้ใช้จ่าย

ก้อนนี้ก็ใช้จ่ายตามต้องการได้เลยค่ะ กิน เที่ยว สันทนาการ ค่าใช้จ่ายลูก ซื้อเสื้อผ้า ซื้อของใช้ต่างๆ และที่สำคัญจัดสรรปันส่วนไว้สำหรับการให้ด้วยนะคะ บริจาคการกุศล หยอดตู้ทำบุญ เพื่อให้เงินของเราหมุนเวียนออกไปทำประโยชน์ให้ผู้อื่นค่ะ

3 ตัวเลขนี้ เข้าใจได้เมื่อไหร่ชีวิตนี้จะไม่มีคำว่าจน

เอวามีชีวิตการเงินที่ดีขึ้นด้วยความรู้จากหนังสือ เศรษฐีชี้ทางรวย ที่แปลมาจากหนังสืออมตะชื่อ The Richest man in Babylon จาก George S. Clason หนังสือเล่มนี้สอนเรื่องการใช้เงินที่ทุกคนต้องอ่านค่ะ

8. ความรักของลูก = เวลา

ทุกปัญหาความสัมพันธ์แก้ไขได้ด้วย “เวลา” เท่านั้นค่ะ รักลูก ต้องให้เวลากับลูกมากๆ ให้มากเท่าที่มากได้ค่ะ 

สามีก็เหมือนกัน อย่าละเลย จนทำให้ความสัมพันธ์สั่นคลอนนะคะ

.

เอวาได้คุยกับคุณแม่หลายท่าน บอกว่าเลี้ยงลูกเหนื่อยเหลือเกิน อยากให้ลองคิดแบบนี้ค่ะ เรามีเวลาแค่ 10 ปี หรือ 3,000 กว่าวันเท่านั้นที่จะได้อยู่ดูแลลูก บ่มเพาะเค้า เลี้ยงดูลูกให้ดีทั้งกายและใจ 

.

แล้วตอนนี้เวลาของคุณเหลืออีกกี่วันคะ? 

จงใช้เวลาที่มีให้คุ้มค่าที่สุด สร้างความทรงจำที่ดี สร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้ลูกของเรา

.

เพราะครอบครัว คือ ของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิต 

ครอบครัว คือ การเรียนรู้คำว่ารักได้อย่างลึกซึ้งที่สุดแล้วค่ะ  

จงรักและดูแลของล้ำค่านี้ไว้ให้มากๆ อย่าปล่อยปละ ละเลย เพราะเมื่อความสัมพันธ์เสียหายไป อาจแก้ไขไม่ทันการแล้วค่ะ 

ให้เวลา ให้ความรัก ให้ครอบครัวของเราให้มากที่สุด 

แบ่งปันความสุขและความสำเร็จกับพวกเค้าเป็นคนแรกเสมอ

เพราะในเวลาที่เราต้องเผชิญกับความทุกข์ หรือ ความยากลำบากต่างๆ 

ที่สุดแล้ว ไม่มีใครจะมาร่วมฝ่าฟันอุปสรรคกับคุณได้หรอกค่ะ ยกเว้น ครอบครัวของเราเองเท่านั้น

10 ขั้นตอนสร้างรายได้ (หลายหลัก) ผ่านเฟสบุค สำหรับ Mompreneur โดยเฉพาะ.05

9. พัฒนาตัวเองเสมอ

ในยุคข้อมูลข่าวสารแบบนี้ ความรู้ดีๆ และเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาหาเรามากมาย ธุรกิจใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นได้ทุกวัน ในขณะที่ธุรกิจที่เคยมีอยู่ ก็ล้มหายตายจากไปมาก

.

คุณแม่อย่างเรา ถ้าต้องการเพิ่มความสามารถในการหาเงินให้ได้เพิ่มขึ้น ก็ต้องเรียนรู้เทคนิควิธีใหม่ๆ ให้มากขึ้นด้วยนะคะ เพราะไม่มีใครสามารถสร้างผลลัพธ์ใหม่ โดยใช้วิธีการเดิม คนที่รักการเรียนรู้ จึงมีโอกาสมากกว่า

.

ไม่ต้องพยายามเก่งทุกเรื่อง แค่เก่งในเรื่องที่ถนัดซักเรื่องก็พอแล้ว การเรียนรู้พัฒนาตัวเอง ต้องทำกันทั้งชีวิต และสามารถทำได้ 3 วิธีดังนี้คือ

1. เรียนรู้จากการอ่าน

2. เรียนรู้จากการฟัง

3. เรียนรู้จากประสบการณ์คนอื่น

 .

อย่าเสียเวลาเอาขวานทื่อๆ ไปตัดต้นไม้ ในเมื่อมีคนสอนเราลับขวานให้คมขึ้นได้ การเรียนรู้ด้วยวิธีต่างๆ จะช่วยประหยัดเวลาให้เราได้มหาศาล ชีวิตเรามีไม่มากพอจะไปลองผิดลองถูกทุกอย่างด้วยตัวเองนะคะ 

.

ถ้าเอวาไม่ลงทุนกับการพัฒนาตัวเองอย่างหนักในช่วงแรกที่เริ่มต้น คงใช้เวลานาน อาจท้อแท้เลิกล้มความตั้งใจไปแล้วก็ได้ คงไม่สามารถใช้เวลาแค่ 3 เดือนเพื่อขายดีมีเงินล้านอย่างตอนนั้นแน่ๆ  ดังนั้น แค่เราตั้งใจพัฒนาตัวเองวันละ 1% ตลอดทั้งปี เราจะเก่งขึ้นได้อย่างน้อย 300% แล้วนะคะ ลงทุนอะไรก็ไม่ได้ผลตอบแทนเท่าลงทุนกับตัวเองค่ะ 

10. สำหรับท่านที่อยากไปต่อ

ใกล้คลอดแล้ว กับคอร์สออนไลน์เรื่องเฟสบุคที่เอวาเตรียมมามากกว่า 9 เดือน

กับแค่คอร์สสอนสร้างแฟนเพจ คอร์สหนึ่ง ต้องใช้เวลานานขนาดนั้นเลยหรอ?

ที่ต้องเตรียมการนานขนาดนั้น? เพราะว่า เอวาต้องเอาตัวเองมาพิสูจน์สิ่งที่สอนก่อนว่าใช้ได้ผลจริงหรือเปล่า

.

สำหรับท่านที่ติดตามเอวามานาน การที่เราต่างหากันเจอนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยค่ะ

ไม่ง่ายเลยที่คุณหยุดเพื่ออ่าน  หยุดฟัง บทความพูดได้แต่ละบท

แต่นั่นแสดงว่า คุณกำลังหาคำตอบและการเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้กับชีวิตครอบครัว

โชคชะตาจึงนำพาให้เรามาพบกันอย่างถูกที่ ถูกเวลา

.

ตอนนี้คุณกำลังเดินมาอยู่ที่จุดเริ่มต้นแล้ว

เอวาเชื่อมั่นสิ่งที่รู้จะเป็นประโยชน์ต่อก้าวต่อๆ ไปของคุณ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้ที่นำไปสู่การเป็น Mompreneur ผู้มีความสุขกับครอบครัว และมั่งคั่งจากงานที่รัก

.

เอวาอ่านหนังสือ ฟัง Audiobook และเรียนสัมมนามากมายในแต่ละปี จากครูระดับโลกและในประเทศ

ได้ทดลองทำหลายๆ โมเดล มีทั้งเวิร์ค และ ไม่เวิร์คในตลาดเมืองไทย

.

เมื่อ 3 ปีก่อน ตอนมีประสบการณ์เท่านั้น เอวาก็สอนเรื่องเฟสบุคได้ดีระดับหนึ่ง

เปรียบเทียบกับตอนนี้ หลังจากมีประสบการณ์มากขึ้น…

หมายความว่า เอวาก็จะสอนเรื่องเฟสบุคต่างไปจากเดิม เพราะมีหลายจุดที่เข้าใจมากขึ้น เข้าถึงมากขึ้น

อะไรที่ทำแล้วได้ผล

อะไรที่ไม่ต้องไปสนใจเลย

อะไรที่ทำแล้วได้กำไรสูง คุ้มค่ากับเวลาที่คุณกำลังจะทุ่มเท

แน่นอนว่า คุณสามารถประหยัดเวลาตัวเองไปได้เกือบ 3 ปีเลยทีเดียว

.

ถ้าเป้าหมายสำคัญข้อหนึ่งของคุณ คือ การมีเวลาให้ครอบครัวอย่างเต็มที่ และสามารถสร้างรายได้จากที่บ้านไปด้วยได้

ขอแสดงความยินดีด้วยอีกครั้ง คุณยืนอยู่ในจุดเริ่มต้นที่ถูกต้องแล้วค่ะ

ป.ล. ลูกโตเร็วมากจริงๆ ค่ะ เมื่อเดือนก่อนเอวาเพิ่งจัดงานวันเกิดเล็กๆ ในครอบครัวให้กับลูกสาวคนโตที่มีอายุ 7 ขวบแล้ว

เวลาไม่เคยคอยใครเลย

มีแต่ลูกเท่านั้นแหละ ที่รอคอยเวลาจากคุณแม่อย่างเรา

.

ตอนนี้การตัดสินใจก็อยู่ที่คุณ

ถ้าคุณสนใจที่จะศึกษาความรู้เฉพาะที่จำเป็นจริงๆ ในอาชีพ Mompreneur จาก Mompreneur ตัวจริง ที่มีผลลัพธ์จริง

เอวามีเนื้อหาสำคัญที่จะสอนในคอร์ส “ร้านนี้ดีขายแล้วรวยด้วย Facebook” คัดเฉพาะของที่ใช้ได้จริง เหมาะกับยุคนี้ ให้คุณนำไปลงมือสร้างธุรกิจเล็กๆ จากที่บ้านได้ทันที

ขอให้ทุกวันของคุณ คือ วันแห่งความก้าวหน้าค่ะ

รัก

เอวา จิตสุทธิภากร

Mompreneur