#29 : 12 ไอเดียให้ของขวัญที่ลูกของเราจะไม่มีวันลืม

0
978
views
#29 : 12 ไอเดียให้ของขวัญที่ลูกของเราจะไม่มีวันลืม

แชร์สิ่งดีๆ ไว้เรียนรู้ต่อ

ฟังบทความพูดได้ ที่นี่ค่ะ


อ่านบทความ #29 : 12 ไอเดียให้ของขวัญที่ลูกของเราจะไม่มีวันลืม

“You give but little when you give of your possessions. It is when you give of yourself that you truly give.” 

[ Kahlil Gibran นักปรัชญา นักเขียน นักกวีเลื่องชื่อ ชาวเลบานีส-อเมริกัน ]

“เมื่อให้สิ่งของ เราได้ให้แค่เพียงนิดเดียวเท่านั้น

เมื่อให้คุณค่าในตัวออกไป นั่นจึงจะเป็นการให้มีคุณค่าอย่างแท้จริง”


เทศกาลปีใหม่เวียนกลับมาถึงอีกครั้งแล้วค่ะ  

เรากำลังจะต้อนรับปีพ.ศ.ใหม่ ทศวรรษใหม่ วันใหม่ ความรู้สึกใหม่ๆ 

ปีต่อไปเรากำลังจะมีอายุเพิ่มขึ้น ดูแลลูกที่โตขึ้น และเตรียมตัวขยับชั้นเรียนเพิ่มขึ้นไปอีกปี 


เราทุกคนมีเทศกาลต่างๆ มากมายในชีวิต 

ทั้งเทศกาลทางเชื้อชาติ 

เทศกาลสำคัญของครอบครัว 

เทศกาลสำคัญทางศาสนา 

ความทรงจำดีๆ มากมายเกิดขึ้นระหว่างเทศกาลเหล่านั้น

เมื่อตอนเด็กๆ ก็คงตื่นเต้นว่าจะได้ของขวัญอะไรบ้าง


พอมาถึงตอนนี้ ในฐานะที่เป็นพ่อแม่ เอวาคิดเสมอว่า... นอกจากเลี้ยงดูร่างกายและหัวใจลูกอย่างดีแล้ว

เราควรจะให้อะไรเค้าอีกบ้าง?

อะไร คือ ของขวัญที่มีความหมาย

ของขวัญสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น

ของขวัญที่เค้าจะจดจำได้แบบไร้กาลเวลา จากวันนี้และตลอดไป 


12 ไอเดียให้ของขวัญที่ลูกของเราจะไม่มีวันลืม 


1. เวลา

เวลา คือ ของขวัญที่ดีที่สุดที่พ่อแม่สามารถให้ลูกได้

Brain Tracy นักปราชญ์ความสำเร็จระดับโลกเคยสอนไว้ว่า “When Children spell LOVE, They spell as a T-I-M-E. Love is Time.”


เพราะลูกรับรู้คำว่ารักจากปริมาณเวลาที่พ่อแม่มอบให้

เวลา คือ ของมีค่าที่ย้อนกลับมาไม่ได้ ดังนั้นเมื่อให้เวลาไปแล้ว เปรียบเสมือนเราได้ให้ชีวิตของเราไปด้วย 


เวลาของลูกจะผ่านไปทุกวันอย่างรวดเร็ว

เวลาของพ่อแม่ที่จะได้ใกล้ชิดลูกก็จะผ่านไปทุกวันอย่างรวดเร็ว

ในช่วง 10 ปีแรกลูกต้องการเวลาจากเราเยอะมากๆ ค่ะ 

และเราก็ต้องให้เวลาลูกมากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อสร้างความทรงจำที่ดีตลอดไป


2. ความภูมิใจตัวเอง

คนที่รู้คุณค่าของตัวเอง มีแนวโน้มเป็นคนมั่นใจ รักตัวเอง เพราะรู้ว่าตัวเองมีค่า ความรู้สึกเหล่านี้ส่งผลให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มุ่งมั่น ตั้งใจ ทำสิ่งใดก็ทำได้อย่างลุล่วง 


พ่อแม่ คือ คนสำคัญที่ทำให้ลูกรับรู้ได้ถึงคุณค่านี้ 

ทำได้ด้วยการบอกรัก หอม กอด สัมผัส

บอกให้ลูกรู้เสมอว่าเค้าเป็นคนที่งดงามทั้งภายนอกและภายใน 

เป็นคนที่แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ 


แค่คำไม่กี่คำ สามารถช่วยยกระดับความภาคภูมิใจในตัวเองให้ลูกได้

เริ่มต้นทำวันนี้และทำอย่างสม่ำเสมอนะคะ


3. เป้าหมายในชีวิต

ให้กำลังใจลูกให้กล้าฝันใหญ่ๆ 

สอนให้รู้ว่าเค้าสามารถทำอะไรก็ได้ เป็นอะไรก็ได้ ทุกอย่างที่ใจต้องการในทางที่ดี 

ไม่มีใคร หรือ อะไรสามารถมาจำกัดชีวิตเราได้ ยกเว้นแค่เราจำกัดชีวิตของตัวเอง


ความสำเร็จยิ่งใหญ่ ย่อมมาจากความมุ่งมั่นตั้งใจที่ยิ่งใหญ่

สิ่งนี้แหละที่จะช่วยให้ลูกของเรากล้าตั้งเป้าหมายให้ไกลกว่าความเป็นจริง


4. แรงบันดาลใจ

วาจาที่เปล่งออกมาจากปากทรงพลังอย่างมาก


คำพูด ใช้เป็นยาพิษเพื่อทำลายก็ได้ 

คำพูด ใช้เป็นน้ำอมฤตเพื่อสร้างกำลังใจก็ได้


คำง่ายๆ ที่เราเลือกใช้พูดต่อกัน สามารถสร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้สึกดีๆ กับลูกได้ 

หรือในทางตรงกันข้าม คำพูดบั่นทอน สบประมาท หยาบคาย ก็สามารถผลักให้เค้าออกห่างและกลายเป็นคนสิ้นหวังได้

คำพูดคือสิ่งสำคัญที่เราต้องเลือกอย่างระวังและตั้งใจ


5. ความอยากรู้อยากเห็น

เด็กเกิดมาแบบผ้าขาวที่ไม่มีประสบการณ์อะไรในชีวิตเลย

ไม่ว่าอะไรที่พบ เจอ สัมผัส รู้สึก ได้กลิ่น ได้รับรส เค้าก็ตื่นเต้นและสงสัยทั้งนั้น 


อย่าเบื่อ อย่าเหนื่อยที่จะตอบคำถามเจ้าหนูจำไมคนนี้ ด้วยคำพูดที่ว่า “หยุดถามซักทีเถอะน่า!!” คำไม่กี่คำนี้จะตรงเข้าไปทำลายสัญชาตญาณการอยากรู้อยากเห็นทันที


6. ซื่อสัตย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง (Integrity)

เอวาชอบคำว่า Integrity คำนี้มากๆ และสอนลูกให้เข้าใจเสมอเมื่อเจอกับสถานการณ์ต่างๆ 


เด็กที่มีความซื่อสัตย์ มีโอกาสสูงมากที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ซื่อสัตย์ และนำพาคนดีๆ เรื่องดีๆ โอกาสดีๆ  เข้ามาในชีวิตได้ 


7. จินตนาการ

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เคยสอนไว้ว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้”


ยุคสมัยเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมากๆ 

แค่ไม่กี่สิบปีตั้งแต่มีอินเตอร์เน็ตเข้ามา โลกก็เปลี่ยนเร็วและเปลี่ยนแรงขนาดนี้แล้ว 


โลกในอนาคตที่ลูกเรายังต้องอยู่อาศัยนั้น อาจจะไม่เหมือนกับปัจจุบันนี้แล้วก็ได้ 

คนที่จะอยู่รอดไม่ใช่คนรู้มากกว่า หรือ ท่องจำเก่งกว่า แต่คือคนที่มีจิตแห่งการสร้างสรรค์ เป็นนักประดิษฐ์ และนักคิด นักลงมือทำ


8. นิสัยรักการเรียนรู้

ความหลงใหลใคร่รู้ อยากรู้มากขึ้นในเรื่องที่สนใจ เริ่มต้นได้จากที่บ้าน 


อ่านนิทาน อ่านหนังสือให้ลูกฟัง 

ชวนลูกอ่านหนังสือ 

อ่านหนังสือให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่าง 


และตักของพ่อแม่นี่แหละ คือ สถานที่ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับอ่านหนังสือ เล่าเรื่องราวสู่กันฟัง พูดคุยกัน

 

9. ความภักดีต่อคู่ของเรา

หนึ่งในของขวัญที่ดีที่สุดที่เราจะมอบให้ลูกได้ คือ รักพ่อ และ รักแม่ของเค้า


ลูกเข้าใจว่ารักแท้มีอยู่จริงๆ จากการสิ่งที่เห็นทุกวัน คือ จากพ่อแม่ของเค้านั่นเอง


10. โอกาส

เด็กต้องได้รับโอกาสเพื่อเปิดโลกทัศน์ เพื่อรู้จัก และได้รับประสบการณ์จากสิ่งใหม่ๆ 

และจากการที่เค้าได้เห็น ได้ลอง ได้ทำ ด้วยความสนุกนั่นแหละ จะนำมาซึ่งสิ่งที่เค้ารักและถนัดที่ทำในอนาคต 


และถ้าเค้าลองทำแล้วไม่สำเร็จไปบ้าง 

ก็ไม่เห็นเป็นไรค่ะ 

ก่อนเด็กจะเดินได้ เค้าจะต้องล้มแล้วลุกไม่รู้กี่ครั้ง 


ถ้านี่จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เค้าต้องล้มแล้วก็ลุก

ก็ให้เค้าทำไป


เด็กยังไม่ท้อแท้เลย

พ่อแม่อย่างเราจะท้อไปทำไมล่ะคะ 


11. ความสุข

ความสุข คือ ทางเลือกในการดำเนินชีวิต

ความสุข ไม่ต้องใช้เงินเพื่อสร้างมันขึ้นมา


และทุกคนมีความสุขอยู่กับตัวอยู่แล้ว แค่มองหาก็จะมองเห็น แค่รู้สึกก็ได้รับทันทีค่ะ 


12. Your Kids Can Have It ALL

หนังสือเล่มนี้ เอวาเขียนขึ้น จากความรัก จากความมุ่งมั่นตั้งใจ จากความเป็นแม่ เพื่อเป็นคู่มือสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกมีหัวใจแห่งความสำเร็จ


เอวาเชื่อมั่นเสมอ ว่า เด็กทุกคนทำได้ทุกอย่าง เป็นได้ทุกอย่าง ตามที่ใจปรารถนาในทางที่ดี 

ลูกเปล่งประกายดั่งเพชรน้ำงามได้

เริ่มต้นด้วยความรัก ด้วยคำพูดดีๆ และกำลังใจ จากพ่อแม่ค่ะ 


มาร่วมกันสร้างโลกนี้ให้ดีขึ้น ด้วยการสร้างคนดี คนเก่ง มีความสุข สุขภาพแข็งแรงเป็นคลื่นลูกต่อไปนะคะ

ดูรายละเอียดหนังสือ คลิกที่นี่ค่ะ >> www.yourkidscanhaveitall.com


สุดท้ายนี้ ยังมีของขวัญอีกชิ้นหนึ่ง ที่มอบไว้ให้อยู่ในใจลูกเสมอ นั่นคือ บ้านที่แสนอบอุ่น หลังนี้

บ้านที่ลูกรู้ว่าเมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้ว 

ไม่ว่าจะเจอเรื่องราวหนักๆ มาแค่ไหน 

จะได้รับพลังความรักจากคนสองคนที่ เค้ารัก และ รักเค้า ที่สุดเสมอไป

สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกมีหัวใจแห่งความสำเร็จ

รัก

เอวา จิตสุทธิภากร

Mompreneur

Previous article#28 : เคล็ดลับการใช้คำพูดเพื่อสร้างลูกให้เป็นเลิศ
เอวา จิตสุทธิภากร เป็นคุณแม่ของลูกสามคน เริ่มต้นเป็น Mompreneur ตั้งแต่ปลายปี 2015 รักการทำธุรกิจ และชอบเรียนความรู้ด้านพัฒนาตัวเอง รักทุกสถานะที่กำลังทำอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รักการสอน Mompreneur ด้วยกัน ให้สามารถสร้างรายได้จากงานที่รักไปพร้อมๆ กับเลี้ยงลูกได้ค่ะ